บุคคลสำคัญ
-
พระธรรมปริยัติมุนี (นวน เขมจารี)
พระธรรมปริยัติมุนี (นวน เขมจารี ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๔๔ สถานะเดิม พระธรรมปริยัติมุนี มีนามเดิมว่า นวน คำก้อน เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย ณ บ้านเลขที่ ๑๑ บ้านโคกสว่าง ตำบลดอนนางหงษ์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม บิดาชื่อ นายสด คําก้อน มารดาชื่อ นางกองศรี คําก้อน บรรพชาอุปสมบท บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ณ วัดศรีมงคล ตําบลนาถ่อน อําเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมี เจ้าอธิการอวน โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบท เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ ณ พัทธสีมาวัดพระธาตพนมวรมหาวิหาร ตําบลธาตุพนม อําเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมี พระพนมเจติยานุรักษ์ (พระธรรมราชานุวัตร) เป็นพระอุปัชฌาย์ การศึกษา พ.ศ. ๒๔๗๒ สำเร็จการศึกษาชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนประชาบาลดอนนางหงษ์อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๐ สอบได้ นักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนวัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๑ สอบได้ นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๒ สอบได้ นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๗ สอบได้ เปรียญธรรม ๖ ประโยค สำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ตำแหน่ง ฝ่ายปกครอง พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร…
-
ลำดับเจ้าอาวาส วัดพระธาตุพนม
ลำดับเจ้าอาวาส วัดพระธาตุพนม (เท่าที่มีบันทึก) เจ้าสังฆวิชชา เจ้ามหาปาสาทะ หรือ จุลปาสาทะ เจ้ามหารัตนะ สมเด็จพระเจ้าสังฆราชาสัทธรรมโชตนาญาณวิเศษ (เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก) พ.ศ. ๒๒๓๓ – ๒๒๓๕ พระครูพรหมา พ.ศ. ๒๓๙๐ – ๒๔๑๐ พระครูพรหม พ.ศ. ๒๔๑๐ – ๒๔๒๕ พระครูก่ำ พ.ศ. ๒๔๓๕ – ๒๔๓๐ พระครูฮุบ พ.ศ. ๒๔๓๐ – ๒๔๓๘ พระอุปัชฌาย์ทา พ.ศ. ๒๔๓๘ – ๒๔๕๘ พระครูศิลาภิรัต (หมี) พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๗๙ พระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กนฺโตภาโส อุทุมมาลา ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๓๒ พระธรรมปริยัติมุนี (นวน เขมจารี ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม อดีตเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๔๔ พระโสภณเจติยาภิบาล (สม สุมโน ป.ธ.๓) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระเทพวรมุนี (สำลี ปญฺญาวโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เจ้าคณะจังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๕๔๙ – ปัจจุบัน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส (ผจล.) พระศรีวิสุทธิเมธี (พนมพร ปุตฺตวโร ป.ธ.๙) เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครพนม , รองเจ้าคณะอำเภอธาตุพนม พระครูสุตเจติยานุรักษ์ (สง่า โชติวณฺโณ ปธ.๓) เจ้าคณะตำบลธาตุพนม พระครูพนมปรีชากร เลขานุการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม พระครูพนมเจติยานุรักษ์ พระมหาเลอเดช วรวํโส ป.ธ.๙ พระครูสิริเจติยานุกิจ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครพนม พระมหาเสรี พุทฺธิวํโส ป.ธ.๔ เจ้าคณะตำบลพระกลางทุ่ง พระครูสุธรรมเจติยาภรณ์ (จำรัส ชวนปญฺโญ) พระมหาวิเชียร วชิรเมธี ป.ธ.๙ อ่าน…
-
เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก หรือ พระครูขี้หอม
เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก : พระครูยอดแก้ว “ญาคูขี้หอม” ใน ปี 2241 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมาธิราช สวรรคตได้ 8 ปี ประเทศลาวที่กว้างใหญ่ไพศาลได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 อาณาจักร เป็นอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ และอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก โดยเฉพาะอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก มีความผูกพันกับพระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก ซึ่งเป็นพระครูที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่เคารพศรัทธาสูงสุดของชาวลาวตอนล่าง จนได้รับฉายาว่า “พระครูขี้หอม” หรือ “ญาคูขี้หอม” ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสุดซึ้ง ส่งผลให้ผู้คนเก็บสิ่งของเครื่องใช้ของท่านพระครูมาบูชา แม้แต่อุจจาระของท่านก็ไม่รังเกียจ เนื่องจากพระครูยอดแก้วโพนสะเม็กฉันอาหารมังสวิรัติประเภท เผือก มัน งา มะตูม จึงทำให้อุจจาระของท่านไม่มีกลิ่นเหม็น “เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก” เกิด ณ บ้านกะลึม เมืองพาน (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี) ตรงกับรัชสมัยแผ่นดินพระเจ้าปราสาททองของกรุงศรีอยุธยา อันเป็นยุคเดียวกับพระอุปราชครองกรุงเวียงจันทน์ เจ้าราชครูได้บรรพชาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมอย่างแตกฉานมาตั้งแต่อายุยังน้อย จนได้รับการสถาปนาเป็น “ซาจัว” หรือราชาเณร ภายหลังการอุปสมบทแล้ว ได้มาประจำอยู่วัดโพนสะเม็ก ชานเมืองเวียงจันทน์ จนได้รับแต่งตั้งให้มีฐานันดรสมณศักดิ์เป็นเจ้าราชครูตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม จากพระเจ้าสุริยวงศา พระเจ้าแผ่นดิน แห่งกรุงเวียงจันทน์ แต่ประชาชนทั่วไปมักขนานนามว่า “พระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก” พระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก เกี่ยวข้องผูกพันกับอาณาจักรจำปาสัก เมื่อครั้งลาวเกิดความแตกแยกจนถึงขั้นแบ่งแยกอาณาจักรล้านช้างออกเป็น 3 อาณาจักร ครั้นพระเจ้าสุริยวงศาธรรมาธิราช สิ้นพระชนม์ เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ ระหว่างกลุ่มของเจ้าพระยาหลวงเมืองจัน กับกลุ่มของเจ้าชายองค์หล่อ ในที่สุดเจ้าพระยาหลวงเมืองจันสามารถยึดอำนาจได้ จึงสถาปนาตนเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ก็ยังมีกลุ่มต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยเกิดขึ้นอีกหลายกลุ่ม ที่พยายามแยกอำนาจเป็นอาณาจักรย่อยๆ ไม่ขึ้นต่อกัน เมื่อครั้งเจ้าพระยาหลวงเมืองจัน สถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ ใน พ.ศ. 2237 ใช้อำนาจบังคับพระนางสุมังคลา ราชธิดาของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมาธิราช ซึ่งเป็นหม้ายและกำลังทรงพระครรภ์อยู่ อีกทั้งมีโอรสองค์หนึ่งชื่อ เจ้าองค์หล่อ รวมไปถึงการคิดจะกำจัดเจ้าองค์หล่อด้วย แต่อำมาตย์ที่จงรักภักดีได้พาเจ้าองค์หล่อหนีไปอยู่เมืองพานพูชุน ส่วนพระนางสุมังคลาหนีไปพึ่งพระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก ครั้นเจ้าพระยาหลวงเมืองจันทราบข่าว ก็คิดจะกำจัดพระครูยอดแก้วด้วย แต่ท่านพระครูรู้ตัวเสียก่อน จึงพานางสุมังคลาและญาติโยมประมาณ 3,000 คน หนีภัยจากเวียงจันทน์ ล่องแม่น้ำโขงลงสู่ภาคใต้ ฝ่ายเจ้าพระยาหลวงเมืองจันครองราชย์ได้ 6 เดือน ก็ถูกฝ่ายเจ้าองค์หล่อจับฆ่า แล้วอภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เจ้าองค์หล่อครองราชย์ได้ 4 ปี ก็ถูกเจ้านันทราชจับประหารชีวิต ใน พ.ศ. 2242 แล้วขึ้นครองราชย์แทน ส่วนเจ้านันทราชครองบัลลังก์ได้เพียง 2 ปี…
-
พระครูวิโรจน์รัตโนบล
พระครูวิโรจน์รัตโนบล ผู้นำในการบูรณะพระธาตุพนมในครั้งครั้งที่ ๕ ท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบล (บุญรอด นนฺตโร) หรือ “พระครูดีโลด” เกิดวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๓๙๘ ที่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านอุปสมบทเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ ที่วัดป่าน้อย (วัดมณีวนาราม) เจ้าอธิการจันลา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์คำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับการศึกษาเบื้องต้นคือ การเรียนอักษรขอม อักษรธรรม อักษรไทยน้อย หนังสือไทย การคิดเลข จากท่านราชบรรเทา เมื่ออุปสมบทแล้ว ท่านได้เล่าเรียน ท่องบ่น สวดมนต์น้อย สวดมนต์กลาง ได้แก่ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนานในปัจจุบัน สวดมนต์ปลาย ได้แก่ ปาฏิโมกข์ สัททสังคหสูตร เรียนมูลกัจจายน์ และเรียนวิชาช่างศิลป์ (ช่างปั้น เขียน แกะสลัก) จากอาจารย์ชื่อ ราชบรรเทาอีกด้วย หลังจากอุปสมบทระยะหนึ่ง ก็ย้ายไปอยู่ที่วัดทุ่งศรีเมือง ต่อมาเมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ ท่านจึงได้เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมือง สืบมา เกียรติประวัติของท่าน พอสรุปได้ดังนี้ ๑.การปกครอง พ ศ. ๒๔๓๔ เป็นเจ้าคณะแขวง อำเภออุตตรุปรนิคม (อำเภอม่วงสามสิบ) ต่อมาเป็นเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ รวมเวลาเป็นเจ้าคณะบริหารคณะสงฆ์รวม ๓๗ ปี ๒.การสาธารณูปการ เนื่องจากท่านเป็นช่างศิลป์ ท่านได้รับอาราธนาให้ดำเนินการปฏิสังขรณ์ และสร้างถาวรวัตถุที่สำคัญ คือ (๑) ปฎิสังขรณ์พระธาตุพนม พ.ศ. ๒๔๔๔ (๒) ปฏิสังขรณ์วิหารพระเหลาเทพนิมิต (๓) เป็นกรรมการสร้างอุโบถวัดสุปัฏนารามวรวิหาร หลังปัจจุบัน และ (๔) เป็นประธานหล่อพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ พระประธานวัดสุปัฏนารามวรวิหาร พระประธานวัดบ้านท่าบ่อ พระประธานวัดบ้านหนองไหล เป็นต้น ๓.เกียรติคุณทางอาคม ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในอินโดจีน กองทหารหน่วยบุกยึดนครจำปาศักดิ์ได้มาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่อุบลราชธานี พระกล้ากลางสมร ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ได้นิมนต์ท่านพระครูวิโรจน์ฯ เป็นผู้ประสาทพรแก่ทหารและขุนบุรัสการบดี ผู้แทนสมัยนั้นได้นำเอารูปถ่ายของพระครูวิโรจน์ฯ มาทำเป็นเหรียญมอบให้ ปรากฏว่าทหารหาญรุ่นนั้นปลอดภัยเป็นส่วนใหญ่ เหรียญรุ่นนั้นจึงเป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลาย ท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบล…


