สถานที่แนะนำ
-
วิหารพุทธไสยาสน์
อยู่นอกวิหารคตด้านทิศเหนือ นอกเขตพุทธาวาส ใกล้สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์และพระพุทธบาทจำลอง กล่าวกันว่า ก่อนที่จะนำพระอุรังคธาตุเข้ามาประดิษฐานในอูบมุงภูกำพร้านั้น บริเวณนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุมาก่อน อ่าน (ครั้ง) : 764
-
วิหารหอพระแก้ว
พระวิหารหลวง (หอพระแก้ว) วัดพระธาตุพนม พ.ศ.2073-2103 เป็นรัชกาลเจ้าโพธิสาลราชเจ้า (บุตรเจ้าวิชุลลราช) แห่งหลวงพะบาง ได้ลงมาบูรณะวัดพระธาตุพนม ด้วยการสร้างพระวิหารหลวง หลังคามุงด้วยขี้กั่ว(ตะกั่ว) และทรงสืบหาข้าโอกาสดั้งเดิมเมื่อคราวที่พญาสุมิตรธรรมวงสาได้เคยสละไว้ ซึ่งได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วท่านก็สละคนให้ครบจำนวน 3,000 นั้น พ.ศ.2430 พระวิหารหลวง(หอพระแก้ว)ที่เจ้าโพธิสาลแห่งนครหลวงพะบางได้สร้างไว้ก็พังทลายลงมาเป็นกองซากปรักหักพัง พ.ศ.2454 พระอุปัชฌาย์ทา และออกตนญาติโยมเห็นว่า วิหารหลวง(หอพระแก้ว)ที่ล้มเป็นกองอิฐอยู่นั้น ควรจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ จึงให้ช่างญวน(เวียดเกียว) มาทำตามลำพัง แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว พระวิหารออกมาเป็นศิลปะญวนโดยมาก หลังคาก็เตี้ย ช่อฟ้าใบระกาหยาบ หลบหลังก็มีรูปปั้นมังกรชิงแก้ว ทางวัดจึงจ้างช่างอื่นมาทำการยกผนังและตัดหลังคาใหม่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 พระธาตุพนมล้มลงทับหอพระแก้วได้รับความเสียหายอย่างมาก และองค์พระประธานในวิหารหลวงหอพระแก้ว ก็ได้รับความเสียหายบ้าง (ตามภาพ) ปัจจุบัน หอพระแก้วไม่ได้รับการบูรณะ ก่อผนังและหลังคาขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด ภาพประกอบอื่น ๆ อ่าน (ครั้ง) : 1,184
-
หอจดหมายเหตุวัดพระธาตุพนมฯ
หอจดหมายเหตุ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ขององค์พระธาตุพนม ภายในมีรูปภาพ เรื่องราวต่าง ๆ ขององค์พระธาตุพนมในอดีตจนถึงปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. ทุกวัน อ่าน (ครั้ง) : 767
-
พระอุโบสถและพระวิหาร
พระประธานในพระวิหาร พระนามว่า “พระพุทธมารวิชัยศาสดา” เข้าใจว่าสร้างแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาลราช นครหลวงพระบาง เสด็จมาสร้างพระวิหารหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๓ – ๒๑๐๒ เมื่อสร้างวิหารใหญ่เข้าใจว่าได้หล่อพระประทานไว้ประจำเลย เพราะสืบแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ก็บอกว่า เห็นประจำอยู่ในพระวิหารหอพระแก้วตั้งแต่ก่อนเกิด ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ เจ้าอาวาสได้ให้ช่างสร้างนาค ๗ เศียรแบบขอมประดับ ดูสวยงามมาก แต่เวลานี้พระธาตุล้มทับพังแล้ว คงเหลือแต่พระประทานไม่เป็นอันตราย เวลานี้ทางศิลปากรไดลงรักปิดทองและกั้นฉัตร ๕ ชั้นไว้กลางแจ้งบนฐานพระวิหาร หลังคาและผนังพระวิหาร กรมศิลปากรรื้อจะสร้างใหม่ อ่าน (ครั้ง) : 1,273
-
ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ด้านหลังองค์พระธาตุพนม (ด้านทิศตะวันตก) จะมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นที่นำมาจากประเทศอินเดีย ต้นเดียวกับที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนั่งบำเพ็ญจนได้ตรัสรู้ รัฐบาลนำมาจากประเทศอินเดีย โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) สังฆนายกองค์แรกเป็นผู้แทนของรัฐบาลนำมาปลูกไว้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ อ่าน (ครั้ง) : 761
-
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโตรบูร
ภายในมีศิลปโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ วิวัฒนาการแห่งความคิดมนุษย์ ภาพเขียนประวัติวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เปิดให้ชมทุกวัน ไม้เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.00 น. – 16.00 น. อ่าน (ครั้ง) : 669
-
เจ้าเฮือน ๓ พระองค์
ในอุรังคนิทานซึ่งเป็นตำนานของพระอุรังคธาตุนั้น ในกัณฑ์ที่ ๔ ได้กล่าวถึง “ เทพเจ้าสโมสร” พระอินทร์นำบริวารลงมาบูชาพระธาตุพนม กล่าวคือ เมื่อพญาทั้ง ๕ คือ พญาสุวรรณภิงคาร, พญาคำแดง, พญาจุลณีพรหมทัต, พญาอินทปัฐนครและพญานันทะเสน สร้างพระธาตุพนมและพระมหากัสสปเถระเจ้าได้นำเอาพระอุรังคธาตุเข้าบรรจุไว้แล้ว ก็เสด็จกลับไปยังชมพูทวีป ฝ่ายพญาทั้ง ๕ ก็นำเสนาอำมาตย์ กลับไปยังเมืองของตน ๆ อ่าน (ครั้ง) : 588
-
สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม
สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม ตั้งอยู่เกาะกลางสระน้ำหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากองค์พระธาตุพนมประมาณ ๒๐๐ เมตร และห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวประมาณ ๒๕ๆ เมตร มีลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยม สูงจากระดับพื้น ประมาณ ๑๔ เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูง ๖ๆ เซนติเมตร ข้างในใช้เก็บรักษาเศษอิฐเศษปูนพระธาตุพนมองค์เดิม ซึ่งหักพังทลายลงในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ นอกจากนี้ ยังำด้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ พระพุทธรูป อัญมณี และวัตถุมงคลอื่น ๆ เป็นจำนวนมากอีกด้วย กรุสำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมทั้งสิ่งของอันมีค่า ได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ ส่วนกว้าง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๒ เมตร สูง ๑.๕๐ เมตร การดำเนินการก่อสร้าง ก่อนอื่น ต้องย้อนไปดูเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับองค์พระธาตุพนมเมื่อ ๒๕ ปีล่วงแล้ว เราจึงจะรู้ที่ไปที่มาของเศษอิฐเศษปูนที่เก็บรักษาอยู่ในสถูปโดยแจ่มแจ้ง กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๘ น. พระธาตุพนมซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นจุดศูนย์รวมแห่งการเคารพบูชาของชาวพุทธในลุ่มแม่น้ำโขงมาช้านาน ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าปี ได้หักพังทลายลงไปทางทิศตะวันออกทั้งองค์ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากพระธาตุช่วงล่างหรือช่วงที่หนึ่งเก่าแก่และชำรุดมาก ไม่สามารถทานน้ำหนักช่วงบนไว้ได้จึงเป็นเหตุให้หักพังลงมาดังกล่าวแล้ว ทางรัฐบาลได้ดำเนินการก่อสร้างใหม่ในปีต่อมา โดยสร้างด้วยคอนกรีตครอบฐานองค์เดิมซึ่งยังเหลืออยู่ประมาณ ๖ เมตร ก่อนจะลงมือก่อสร้าง เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรร่วมกับทางวัดพระธาตุพนม โดยขนไปเก็บไว้ที่สนามด้านตะวันออก หอพระนอนหรือหอพุทธไสยาสน์ ซึ่งอยู่นอกวิหารคตทางด้านเหนือองค์พระธาตุพนม เป็นการเก็บไว้ชั่วคราว ในขณะเดียวกันนั้นก็คัดเลือกเอาอิฐส่วนที่สมบูรณ์และมีลวดลายแยกไว้ต่างหาก อิฐจำนวนนี้ส่วนมาก ได้เก็บไว้ที่ที่วิหารคตทางทิศใต้องค์พระธาตุพนมทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่ ต่อมาเมื่อสร้างโครงพระธาตุด้วยคอนกรีตแล้วเสร็จ ก็ทำการตบแต่งด้วยลวดลาย อิฐลวดลายที่คัดเลือกไว้ก่อนหน้านี้นั้นไม่สามารถนำไปปะติดปะต่อประกอบเป็นลวดลายได้ทั้งหมด ทำได้เป็นบางตอนที่ช่วงล่างเท่านั้น ทั้งนี้ เพราะพระธาตุพนมองค์ใหม่เล็กกว่าองค์เก่า คือ ที่ช่วงล่างหรือช่วงที่หนึ่งเล็กกว่าองค์เก่าหรือองค์เดิมด้านละประมาณ ๕ เซนติเมตร อีกประการหนึ่งอิฐลวดลายที่คัดเลือกไว้นั้นมีไม่ครบ ชำรุดและหายไปก็มาก ไม่สามารถนำมาต่อกันให้เป็นลวดลายได้ อิฐลายส่วนที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรให้คนงานนำไปเก็บไว้ที่โรงเก็บพัสดุก่อสร้าง ซึ่งอยู่ด้านเหนือโรงเรียนพนมวิทยาคาร ต่อมาได้รื้อถอนโรงเก็บพัสดุก่อสร้าง ทางวัดพระธาตุพนมได้นำไปเก็บไว้ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตบูร พ.ศ. ๒๕๒๕ หลังจากสร้างพระธาตุพนมแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์เป็นเวลา ๓ ปีเศษ ทางวัดได้ขนย้ายเศษอิฐเศษปูนของพระธาตุพนมองค์เดิม ซึ่งกองรวมกันอยู่ที่สนามหญ้าทางตะวันออกหอพระนอน เอาไปเก็บไว้ที่เกาะกลางสระน้ำหน้าวัดพระธาตุพนม …
-
บ่อน้ำวัดพระธาตุพนม
น้ำบ่อวัดพระธาตุพนม ตั้งอยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุ บริเวณกำแพงชั้นนอก ห่างจากพระธาตุพนมประมาณ 30 วา (60 เมตร) บ่อ กว้าง 1.50 เมตร ลึก 10 เมตร กรุข้างบ่อด้วยไม้แดง บ่อน้ำเก่าแก่ น้ำใส รสจืดสนิท และมีน้ำอยู่ตลอดปี ราษฎรส่วนมากใช้น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำดื่ม และใช้เป็นน้ำอภิเษกของจังหวัดนครพนมมีอยู่เพียงแห่งเดียว เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณเรียกว่า “บ่อน้ำพระอินทร์” มีบ่อน้ำจืดใสสะอาดอยู่ในป่าตาล ใกล้หอพระพุทธไสยาสน์ ปัจจุบันทำเป็นเขื่อนไว้โดยรอบ ถือว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๑ ในจำนวน ๑๘ แห่ง ที่เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำมาใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกให้พระมหากษัตริย์สรงที่เรียกว่า “สรงมูรธาภิเษก” อ่าน (ครั้ง) : 865




